ล่าสุด

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

Mitsubishi เผยโฉม Attrage Minorchange ใหม่ ในไทยคงต้องรอสักพัก

หลังจากที่ Mitsubishi ได้ทำการปรับโฉมให้กับรถเล็กอย่าง Mirage ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในขณะเดียวกันมิตซูบิชิแคนาดาก็ได้ปล่อยภาพบั้นท้ายของ Attrage โฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา!


ล่าสุด Mitsubishi ก็ได้เผยโฉม Mirage G4 Minorchange หรือในบ้านเราใช้ชื่อว่า Attrage อย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยในงาน New York Auto Show 2016 รูปลักษณ์นั้นไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าใดนัก มีเพียงบางจุดเท่านั้นที่ให้รายละเอียดมากกว่ารุ่นเดิม

ภายนอกโดยเฉพาะด้านหน้ารถยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, กระจังหน้า รวมถึงล้อแม็กซ์ก็เช่นกัน ยังคงขนาด 15 นิ้วลายเดิม มีเพียงไฟท้ายเท่านั้นที่ปรับเส้นสายรายละเอียดภายในโคมให้ดูทันสมัยขึ้นมาหน่อยนึง


ในส่วนของภายในไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย แต่ว่ามีการเพิ่มระบบความบันเทิง Infotainment ที่สามารถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ ส่วนการตกแต่งภายในจะเน้นสีดำ Paino Black 


ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องเดิมขนาด 1.2 ลิตร 3 สูบ กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และระบบเกียร์อัตโนมติ Invesc III CVT

Mitsubishi Mirage G4 Minorchange จะเปิดตัวขายในสหรัฐฯ ช่วงกลางปีนี้ ส่วนบ้านเรานั้นพึ่งจะมีการปรับอุปกรณ์ใหม่ MY2016 ไปหมาดๆ การที่จะได้ใช้บั้นท้ายใหม่แบบนี้คงต้องรอดูกันต่อไป!

********************************
ติดต่อโฆษณา

Toyota Corolla Altis MC ปรับใหม่สวยขึ้นกว่าเดิม ไทยได้ใช้หน้านี้แน่นอน

รถขวัญใจมหาชนชาวไทยอย่าง Toyota Corolla Altis จากการเปิดตัวครั้งแรกในโลกสำหรับ Generation นี้ก็มีอายุประมาณสามขวบเข้าไปแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องแต่งหน้าทาปากให้ใหม่!

Toyota Corolla Altis Minorchange 2017 นี้ได้ถูกเผยโฉมสู่สายตาชาวโลก โดยมีการปรับหน้าตาใหม่ และเพิ่มอุปกรณ์ออพชันเพิ่มเข้ามาต้อนรับคู่แข่ง All New Honda Civic ที่พึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้



ด้านหน้าของตัวรถนั้นได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความทันต่อยุคสมัยมากขึ้นแบบไม่อายใคร ไฟหน้าทรงใหม่เรียวแหลมสุดโฉบเฉี่ยวแบบ LED ชิ้นกันชนหน้าเพิ่มเส้นสายให้ดูปราดเปรียว หรูแอบสปอร์ตกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอารมณ์จะออกไปทาง Toyota Auris Minorchange

เส้นสายด้านข้างไม่เปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 และ 17 นิ้ว ส่วนไฟท้ายยังเป็นทรงเดิม แต่มีการปรับรายละเอียดให้มากขึ้น พร้อมไฟเบรคแบบ LED แต่เสียดายที่เรายังไม่ได้เห็นภายในว่าเปลี่ยนไปจากเดิมขนาดไหน


ทั้งนี้ยังได้มีการเพิ่มระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ Toyota Safety Sense อย่างเช่น ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน Pre-Collision System, ระบบเตือนการเปลี่ยนเลน Lane Departure Alert, ระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ และยังมีระบบเตือนการชนพร้อมชะลอความเร็วอัตโนมัติให้อีกด้วย

Toyota Corolla Altis Minorchange 2017 จะเปิดตัวจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนในปีนี้ที่ยุโรป ส่วนตลาดอื่นๆ รวมถึงเมืองไทยคาดว่าจะได้พบตัวจริงถัดจากนั้นไม่นานนัก!


*******************************
ติดต่อโฆษณา

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

มาแล้ววว! All New Honda Civic พร้อมตารางดาวน์/ผ่อน (ครบสูตร)

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ทำการเปิดตัว All New Honda Civic ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 10 เรียบร้อย โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ VTEC TURBO ใหม่ ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมราคา 8.69 แสน ถึง 1.199 ล้านบาท! 




ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้รับการจัดวางโครงสร้าง โดยเน้นการออกแบบตัวรถที่ดูสปอร์ต และล้ำสมัยด้วยตัวถังที่กว้าง และมีความสูงของตัวรถที่ลดลง เพื่อสร้างอารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ต และมั่นใจ รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว และหรูหรา ด้วยเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทั้งยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment 




ทั้งนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้น ประตูรถยังคง ล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

All New Honda Civic ใหม่ จะมีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ภายใต้เทคโนโลยี เอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่

และขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับพลังงานทางเลือก E85



ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยเติมเต็มทุกการเดินทางให้สมบูรณ์แบบที่สุด
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VSA
- ไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
- ระบบล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจห่างจากตัวรถ Walk Away Auto Lock
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda Lane Watch
- กล้องมองภาพขณะถอยจอด

ราคา All New Honda Civic ใหม่ มีดังนี้
รุ่น 1.8 E CVT 869,000 บาท
รุ่น 1.8 EL CVT 959,000 บาท
รุ่น 1.5 Turbo CVT 1,099,000 บาท
รุ่น 1.5 Turbo RS CVT 1,199,000 บาท 



มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
- สีขาวออร์คิด (มุก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
- สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
- สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีใหม่
- สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) สีใหม่

สามารถพบตัวจริงได้ในงาน Motor Show จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2559 ที่เมืองทองธานี!



*******************************

ติดต่อโฆษณา

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

มาแล้ว Fortuner TRD Sportivo สุดหล่อด้วยราคา 1.67-1.76 ล้านบาท

Toyota Fortuner TRD Sportivo ถูกรังสรรค์ออกมาภายใต้แนวคิด “Premium Sport” โดยจะมีการตกแต่งในหลายๆ จุด ทั้งยังมีการปรับเซ็ตชุดช่วงล่างใหม่เพื่อให้ตัวรถออกมาสปอร์ตอย่างเต็มที่


ภายนอกนั้นได้รับการดีไซต์กันชนหน้าใหม่ให้ดุขึ้นพร้อมแผงตระแกรงรังผึ้ง กระจังหน้ารมดำ Dark Chrome ล้ออัลลอย TRD รมดำลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว กันชนหลังใหม่แบบมีชุดสเกิร์ต ปลายท่อไอเสียสลักชื่อ "TRD" ฝาท้ายมีสัญลักษณ์ TRD Sportivo แปะไว้ให้ และหลังคา Wrap สีดำมีเฉพาะตัวถังสีขาว

ภายในนั้นมีการตกแต่งเน้นโทนสีดำ/แดง, พวงมาลัยหุ้มหนังลาย Carbon Kevlar, มาตรวัดเรืองแสงสีแดงพร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo, แผงข้างประตู แผงคอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังสีดำและสีแดง, ฐานเกียร์ตกแต่งลาย Carbon Kevlar ปุ่มสตาร์เครื่องยนต์สีแดง "TRD", พรมรองพื้นใหม่, ไฟส่องฝากระโปรงท้ายไฟฟ้า ตัวอักษณ "TRD", สคัฟเพลทกันรอยไฟ LED เรืองแสง สัญลักษณ์ TRD



ในส่วนของระบบความบันเทิงก็มีการจัดให้ใหม่ เครื่องเสียงแบบใหม่พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีระบบนำทาง และรองรับ T-Connect อารมณ์สุนทรีย์ไปกับลำโพง 11 ตัว 9 ตำแหน่ง จาก JBL รอบคัน

ขุมพลังจะมีให้เลือกเพียงตัวเดียว คือเครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อม Sequantial Shift มีทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ Sigma4

นอกจากนี้ชุดช่วงล่างยังได้มีการปรับเซ็ตคอยล์สปริงและโช็คใหม่จากสำนัก TRD Sportivo ทั้งยังได้เพิ่มดิสก์เบรกหลัง จากรุ่นปกติที่เป็นดรัมเบรค


ในด้านระบบความปลอดภัยนั้นยังคงเดิม คือ มีถุงลมนิรภัย 7 จุดรอบคัน, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS,EBD,BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC, ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC และกล้องมองภาพด้านหลัง

Toyota Fortuner TRD Sportivo มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica และสีขาวมุก White Pearl (เพิ่มเงิน 12,000 บาท) และตัวถังสีขาวมุกยังสามารถเลือก Option เพิ่มเติมได้ คือหลังคา Wrap สติ้กเกอร์สีดำ Black Top (เพิ่มเงินอีก 8,000 บาท) 


รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ 2WD
- 2.8 TRD Sportivoสีดำ ราคา 1,679,000 บาท
- 2.8 TRD Sportivo สีขาวมุก ราคา 1,691,000 บาท (สีขาวมุกหลังคาดำ ราคา 1,699,000 บาท)

รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD
- 2.8 TRD Sportivo สีดำ ราคา 1,749,000 บาท
- 2.8 TRD Sportivo สีขาวมุก ราคา 1,761,000 บาท (สีขาวมุกหลังคาดำ ราคา 1,769,000 บาท)

Toyota Fortuner TRD Sportivo ได้รับการพัฒนาแนวคิดการออกแบบโดยวิศวกรคนไทยจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ!


*******************************
ติดต่อโฆษณา

เปิดตัวแล้ว All New Honda Civic ราคาเริ่มต้น 869,000 บาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ทำการเปิดตัว All New Honda Civic ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 10 เรียบร้อย โดยจะมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ VTEC TURBO ใหม่ ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมราคา 8.69 แสน ถึง 1.199 ล้านบาท! 



ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้รับการจัดวางโครงสร้าง โดยเน้นการออกแบบตัวรถที่ดูสปอร์ต และล้ำสมัยด้วยตัวถังที่กว้าง และมีความสูงของตัวรถที่ลดลง เพื่อสร้างอารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ต และมั่นใจ รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว และหรูหรา ด้วยเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด สปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีกที่วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทั้งยังโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment 


ทั้งนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้น ประตูรถยังคง ล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

All New Honda Civic ใหม่ จะมีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ภายใต้เทคโนโลยี เอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่

และขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับพลังงานทางเลือก E85



ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยเติมเต็มทุกการเดินทางให้สมบูรณ์แบบที่สุด
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VSA
- ไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
- ระบบล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจห่างจากตัวรถ Walk Away Auto Lock
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda Lane Watch
- กล้องมองภาพขณะถอยจอด

นายสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดทุกเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของฮอนด้า ได้ถูกถ่ายทอดสู่การพัฒนา ฮอนด้า ซีวิค จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ ซีวิค ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยการนำเสนอคุณค่าใหม่ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถยนต์ในแต่ละยุคสมัย จนก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการแข่งขันอยู่เสมอ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า มีเพียง “ซีวิค” เท่านั้น ที่จะสามารถก้าวล้ำเหนือ “ซีวิค” เองได้ และจากความเป็นยนตรกรรมระดับโลกของ ซีวิค ที่ผ่านมา ผสานกับการพัฒนาให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นในทุกมิติ การสื่อสารทางการตลาดในครั้งนี้ จึงไม่มีการใช้คำนิยาม หรือคำจำกัดความเพื่ออธิบายความเป็นซีวิค เพราะสิ่งที่สามารถบอกเล่าตัวตนได้ดีที่สุด คือ ชื่อ ที่ทุกคนยอมรับ และความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตาของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ โดยฮอนด้าได้ตั้งเป้าการจำหน่าย 25,000 คัน ภายใน 1 ปี”

ราคา All New Honda Civic ใหม่ มีดังนี้
รุ่น 1.8 E CVT 869,000 บาท
รุ่น 1.8 EL CVT 959,000 บาท
รุ่น 1.5 Turbo CVT 1,099,000 บาท
รุ่น 1.5 Turbo RS CVT 1,199,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
- สีขาวออร์คิด (มุก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
- สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
- สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีใหม่
- สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) สีใหม่

สามารถพบตัวจริงได้ในงาน Motor Show จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2559 ที่เมืองทองธานี!



*******************************

ติดต่อโฆษณา

ไทยรุ่งฯ เผยโฉม TR Transformer II ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจาก Iron Man

TR TRANSFORMER ถือกำเนิดเกิดขึ้นครั้งแรกบนพื้นฐานของ Toyota Hilux Vigo ทั้งเครื่องยนต์และพื้นฐานช่วงล่างทั้งหมด แต่ในปัจจุบันทางโตโยต้าได้เปิดตัวกระบะรุ่นใหม่ในนาม Hilux Revo แชสซีใหม่ เครื่องใหม่ TR TRANSFORMER จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของตนเองเช่นกัน



ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ได้ออกแบบพัฒนารถตรวจการณ์ New TR Transformer II โฉมใหม่ ร่วมกับนักออกแบบชั้นแนวหน้า (Designer) จากอังกฤษนาย สตีฟ ฮาร์เปอร์ (Steve Harper) จาก Shado Car Design โดยได้แรงบันดาลใจจากสุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่ IRON MAN สู่โฉมใหม่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแรง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

การมาของ TR Transformer II เวอร์ชันที่ 2 ครั้งนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เริ่มจากด้านหน้าได้รับการดีไซน์ใหม่ เพิ่มความดุดันด้วยไฟหน้าแบบไบซีนอน (Bi-Xenon) ขนาด 3.5 นิ้ว และไฟส่องสว่างยามกลางวัน Daytime Running พร้อมฝังไฟเลี้ยวในตัว ติดตั้งไฟตัดหมอกมาให้ทั้งหน้าและหลัง ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลังที่แสดงผลผ่านจอเมื่อเข้าเกียร์ถอย โครงสร้างห้องโดยสารทั้งหมดยังคงยกมาจากเวอร์ชันแรก 


ภายในห้องโดยสารใหม่จะให้ความรู้สึกกว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย จากหลังคาทรงสูง Hi Roof ชุดคอนโซนหน้าเอามาจาก Hilux Revo ทั้งหมด และเบาะนั่งสามารถปรับรูปแบบโดยสารได้ตั้งแต่ 5 – 11 ที่นั่ง และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากที่สุดเหนือกว่า รถ PPV ทั่วไป ผู้โดยสารตอนสาม สามารถขึ้นลงรถได้ ทั้งจากประตูท้ายด้านหลัง หรือด้านข้าง นอกจากนี้ตัวถังที่ยกสูงยังสามารถลุยน้ำได้ไม่น้อยกว่า 50 ซม.

TR Transformer II ใช้ขุมพลังจาก Hilux Revo มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร 177 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร มีทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง โดยจะสามารถเข้ารับบริการด้านเครื่องยนต์และช่วงล่าง ได้ที่ศูนย์บริการ Toyota ทั่วประเทศ



ในการพัฒนา TR Transformer II บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับทางศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ในการพัฒนาและทดสอบเพื่อให้ได้มาตรฐานสากลโดยการทดสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง (Analysis of Structure Strength) การจำลองการทดสอบการชน (Crash Test Simulation) ความสะดวกสบายในการขับขี่ (Riding Comfort) และการลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เป็นต้น ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชน เพื่อพัฒนายกระดับ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ของไทย


ราคาจำหน่าย TR Transformer II มีดังนี้

TR TRANSFORMER II
รุ่น 2.4 2WD AT ราคา 1,465,000 บาท
รุ่น 2.8 4WD MT ราคา 1,555,000 บาท

TR TRANSFORMER MAX (9 และ 11 ที่นั่ง)
รุ่น 2.4 2WD AT ราคา 1,545,000 บาท
รุ่น 2.8 4WD MT ราคา 1,635,000 บาท

ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่า TR Transformer II โฉมใหม่ จะทำให้คนไทยมีความภูมิใจ ที่ได้ใช้รถยนต์ของคนไทยที่มีรูปแบบโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร พร้อมอรรถประโยชน์มากมาย หากท่านใดสนใจก็สามารถชมและสัมผัสได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 37 ณ. บูธไทยรุ่ง D6 ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม - 3 เมษายน 2559



*******************************

ติดต่อโฆษณา

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

เปิดราคา Honda MSX125SF ใหม่ โดดเด่นอย่างมีสไตล์!

Honda MSX125SF ใหม่ รถมินิสตรีทไบค์ยอดนิยม โดดเด่น มีสไตล์ รูปลักษณ์สปอร์ตเต็มพิกัด ด้วยโคมไฟหน้า LED หน้าปัดแบบฟูลดิจิตอลสีฟ้า ล้อแม็กขนาด 12 นิ้ว ที่มาพร้อมยางหน้ากว้างพิเศษให้ความคล่องตัว ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ และโช๊คเดี่ยวคล้ายสปอร์ตไบค์ ปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้นกับดิสก์เบรกที่มีมาให้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง


HONDA MSX 125 SF 2016 มีทั้งหมด 4 สีด้วยกัน โดยสีแรกเป็นสีใหม่สวยสดใส สีเหลืองเทาไฮเปอร์เยลโล่ว เอาใจคนที่ชื่นชอบความแตกต่างและทันสมัย, สีที่สองคือสีแดงเทาเบิร์นนิ่งเร้ด ที่ดูสปอร์ตและเท่มีสไตล์สุดๆ, สีที่สามคือสีขาวเทาบูสเตอร์ไวท์ ที่มองแล้วดูสมาร์ทสะอาดตามากๆ, และสุดท้ายสีดำเทาอิคลิปส์แบล็ค สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายและอะไรเข้มๆ รับรองว่าทั้ง 4 สีนี้โดนใจแน่นอน


ราคา MSX 125 SF 2016 ที่วางจำหน่ายในตอนนี้ เริ่มต้นที่ 73,000 บาท ไปจนถึงราคา 75,000 บาทโดยประมาณ ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่ได้รวม VAT แล้ว และเป็นราคาที่รวม พรบ.และทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามราคาการวางขายอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ซึ่งก็อยู่กับแต่ละดีลเลอร์ที่ได้มีการรับไปวางจำหน่ายตามหน้าร้าน โดยอาจจะปรับขึ้นหรือปรับลงไม่มากไม่น้อยเกินไป ราคาการผ่อนดาวน์ HONDA MSX 125 SF 2016 ก็มีตั้งแต่เริ่มต้นดาวน์ 0% ซึ่งต้องติดต่อสอบถามแต่ละดีลเลอร์



จุดเด่นของ HONDA MSX 125 SF 2016 รุ่นนี้เห็นได้ชัดว่ามีความสปอร์ตมากกว่าเดิม ในเรื่องของการดีไซน์ภายนอก ที่เพิ่มเติมความเป็นไดนามิคสปอร์ตมากขึ้น โดยได้คำนึงหลักการออกแบบตามแบบฉบับของมอเตอร์ไซค์ BIGBIKE สไตล์เน็คเก็ต แล้วย่อขนาดลงมาให้มีไซส์กระทัดรัด พร้อมปรับเปลี่ยนไฟหน้าใหม่จากแบบกลมก็ให้เป็นแบบเหลี่ยม ที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม โดยยังคงใช้ไฟหน้าแอลอีดี ทั้งนี้ก็ยังมีไฟสีฟ้าเพื่อบอกตำแหน่งในระบบแอลอีดีเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นนิวแอลอีดีเฮดไลท์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆอย่างสิ้นเชิง สำหรับชุดไฟหน้าในรุ่นนี้ก็ออกมาจากบลูไลน์แอลอีดีอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว ในส่วนของมาตราวัดความเร็ว เชื่อว่าหลายๆคนก็สนใจไม่น้อยว่าในรุ่นใหม่นี้จะมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง

โดย HONDA MSX 125 SF 2016 รุ่นใหม่จะมีการใส่ความเท่ด้วยหน้าปัดวัดความเร็วระบบดิจิตอลสีฟ้า ที่ดูล้ำสมัยและไฮเทค จุดเด่นส่วนอื่นๆที่เห็นได้ชัดก็จะเป็นท่อไอเสียที่ได้รับการออกแบบมาใหม่ โดยเป็นท่อแบบนิวดาวน์ไทป์มัฟเฟลอร์ เพื่อให้มีความใกล้เคียงกับพวกรถมอเตอร์ไซค์ BIGBIKE มากที่สุด ด้านบนจะเห็นได้ว่าฝาถังน้ำมันได้รับการออกแบบมาให้ติดกับตัวถังที่เรียกว่า แอร์เพลนแทงค์แค็ป มันได้รับการออกแบบมาให้เป็นถังน้ำมันแบบมอเตอร์ไซค์ BIGBIKE อย่างแท้จริง



ด้านขุมกำลังเครื่องยนต์ของ HONDA MSX 125 SF 2016 จะมีการใช้ระบบ 4 จังหวะ SOCH ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดสไตล์ฮอนด้าระบบ PGM-FI รองรับเชื้อเพลิงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ 91, 95 มีขนาดปริมาตรกระบอกสูบที่ 124.9 ซีซี มีระยะการชักของกระบอกสูบที่ 52.4×57.9 มิลลิมตร พร้อมอัตราส่วนที่ 9.3:1 มีระบบคลัทช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อน ส่งกำลังผ่านเกียร์ 4 จังหวะ และมีระบบสตาร์ทมือมาให้ ระบบกันสะเทือนหน้าใช้แบบเทโลสโคปิคขนาด 31 มิลลิเมตรพร้อมกับโช๊คอัพหลังแบบซิงเกิ้ลที่มาคู่กับสวิงอาร์ม ระบบการเบรคใช้ดิสก์เบรคทั้งสองล้อ บนล้อแม็กซ์ดีไซน์สวยและใช้ยางหน้าแบบ 120/70-12 M/C 51L และยางหลังแบบ 130/70-12 M/C 56L


*******************************

ติดต่อโฆษณา